yengo

วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ปปช.กลับลำชี้มหาลัยเอกชนไม่ใช่ธุรกิจเอกชน

ป.ป.ช.กลับลำยกคำร้องข้อกล่าวหา"วิจิตร ศรีสอ้าน" นั่งควบเก้าอี้ รมว.ศึกษา-นายกสภามหาวิทยาลัย 4 แห่ง ไม่ผิด อ้างไม่ใช่ธุรกิจเอกชน สวนทางมติเดิมที่เคยยืนยันผลประโยชน์ส่วนตัว ขัดแย้งกับผลประโยชน์ส่วนรวม

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผย "มติชนออนไลน์" ถึงความคืบหน้ากรณีการไต่สวนเรื่องที่มีกล่าวหา นายวิจิตร ศรีสอ้าน ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีพฤติการณ์ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา100 (4) เนื่องจากดำรงตำแหน่งนายกและกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษาเอกชนถึง 4 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยสยาม, มหาวิทยาลัยรังสิต , มหาวิทยาลัยศรีโสภณ และวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาภิเษกว่า

ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว ปรากฏว่า เสียงส่วนใหญ่มีมติให้ยกข้อกล่าวหาดังกล่าว

โดยอ้างว่า สถาบันอุดมศึกษาเอกชนมิใช่ธุรกิจเอกชน ตามพ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 และประมวลรัษฎากรซึ่งมหาวิทยาลัยเอกชนไม่ต้องเสียภาษี

อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.เสียงข้างน้อยเห็นว่า ถ้า ป.ป.ช.วินิจฉัยออกมาในแนวทางดังกล่าว ต่อไปรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีอำนาจกำกับดูแลมหาวิทยาลัยเอกชน เมื่อพ้นจากตำแหน่ง ก็สามารถไปเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยเอกชนได้

ผู้สื่อรายงานว่า มติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดังกล่าว ขัดแย้งกับมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในการประชุมครั้งที่ 65/2551 เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2551 ซึ่งมีความเห็นว่า

สถาบันอุดมศึกษาเอกชนเป็นธุรกิจเอกชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลควบคุมหรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐ การดำรงตำแหน่งเป็นนายกสภาสถาบัน หรือกรรมการสภาสถาบันของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนนั้น ถือว่า เป็นกรรมการในธุรกิจของเอกชน ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลควบคุมหรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ

นอกจากนั้น การดำเนินการบางอย่างของสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เช่น การอนุมัติแผนการเงิน งบดุล งบการเงินประจำปีของกองทุนประเภทต่างๆ การอนุมัติ การรับนักศึกษา การให้ประกาศนียบัตร อนุปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิต หรือปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยสภาพของผลประโยชน์ อาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวม หรือประโยชน์ของทางราชการ หรือกระทบต่อความมีอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ดังนั้น หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบัน หรือกรรมการสภาสถาบันในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน จึงเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวมตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 และต้องห้ามมิให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ภายหลังพ้นจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมาแล้วไม่ถึงสองปีด้วย
ที่มา เวบไซต์ มติชน
9 ตุลาคม 2552

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ลองดูสิคะ