yengo

วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

สัญญาจ้างอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเอกชน...ฟ้องศาลไหน

“สัญญาทางปกครอง” ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติให้สัญญาทางปกครองหมายความรวมถึง สัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเป็น บุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐ และมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีทำสัญญาจ้างให้ผู้ฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งอาจารย์มีหน้าที่ให้การศึกษาหรือทำการสอนแก่นักศึกษาในหน่วยงานของผู้ถูกฟ้องคดี กรณีจึงเป็นสัญญาทางปกครองที่มีลักษณะเป็นสัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว
เดิมเคยมีแนวคำวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ที่ ๑๔/๒๕๕๐ (ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ. 2542) วินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างอาจารย์ VS สถาบันอุดมศึกษาเอกชน กรณีการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไว้ว่า " พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๑) บัญญัติให้ศาลแรงงานมีอำนาจพิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งในคดีพิพาทเกี่ยวด้วย สิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคสอง (๓) บัญญัติให้คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลปกครอง คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามพระราช บัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ จ้างผู้ฟ้องคดีเป็นอาจารย์ประจำตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยไม่ได้ทำสัญญาจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ถูกฟ้องคดีมอบหมายให้ผู้ฟ้องคดีสอนทั้งสิ้น ๕ วิชา เป็นที่ปรึกษา และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของผู้ถูกฟ้องคดีโดยเฉพาะงานสอน และจ่ายค่าตอบแทนหรือเงินเดือนให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นรายเดือนประจำทุกเดือน ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่วิทยาลัยเปิดภาคเรียนหรือปิดภาคเรียน ต่อมาประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๘ ผู้ถูกฟ้องคดีงดจ่ายเงินเดือนให้แก่ผู้ฟ้องคดีโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ฟ้องคดีจึงติดตามทวงถาม ผู้ถูกฟ้องคดีมีหนังสือยืนยันไม่จ่ายค่าจ้างโดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดีกระทำผิด ข้อตกลงด้วยวาจากับอธิการบดีของผู้ถูกฟ้องคดีและมีนักศึกษาร้องเรียนว่าผู้ ฟ้องคดีกระทำผิดจรรยาบรรณของการเป็นอาจารย์ ซึ่งเป็นความผิดวินัยที่ร้ายแรง ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือชี้แจงข้อกล่าวหาถึงอธิการบดี แต่ผู้ถูกฟ้องคดียังเพิกเฉย ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายค่าจ้างที่ค้างจ่ายพร้อมดอกเบี้ย ให้รับผู้ฟ้องคดีกลับเข้าทำงานและจัดการเรียนการสอน พร้อมทั้งจ่ายเงินเดือนประจำและสิทธิประโยชน์ที่อาจารย์ประจำควรจะได้รับตาม กฎหมายจนกว่าจะสิ้นสภาพความเป็นพนักงาน และให้จ่ายค่าตอบแทนพิเศษที่ผู้ฟ้องคดีสอนเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานพร้อม ดอกเบี้ย ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีให้การว่า ผู้ถูกฟ้องคดีว่าจ้างผู้ฟ้องคดีเป็นอาจารย์ด้วยวาจาโดยมีข้อตกลงว่าจะจ่าย ค่าตอบแทนให้ก็ต่อเมื่อมีวิชาสอนเท่านั้น ถือเป็นการว่าจ้างให้เป็นอาจารย์สอนพิเศษ การว่าจ้างผู้ฟ้องคดีเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งอาศัย อำนาจตามพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๒ ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดียังไม่มีระเบียบวิทยาลัยศรีโสภณ ว่าด้วยการเลือกสรร การคัดเลือก และการทำสัญญาจ้างทำงาน พ.ศ. ๒๕๔๗ แต่เมื่อระเบียบดังกล่าวใช้บังคับผู้ถูกฟ้องคดีก็มิได้ทำสัญญาว่าจ้างผู้ ฟ้องคดี เพราะผู้ถูกฟ้องคดีได้รับการร้องเรียนจากนักศึกษาในเรื่องความประพฤติของผู้ ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่จัดชั่วโมงสอนให้และไม่จ่ายค่าตอบแทน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของวิทยาลัยศรีโสภณว่าด้วยการเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ขอให้ยกฟ้อง เห็นว่า เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีจ้างผู้ฟ้องคดีเป็นอาจารย์ทำหน้าที่หลักด้านการสอนภายใต้ ระเบียบข้อบังคับของผู้ถูกฟ้องคดี โดยจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีตลอดเวลาที่ทำงานให้ผู้ถูกฟ้องคดี สัญญาระหว่างผู้ฟ้องคดีกับผู้ถูกฟ้องคดีมีลักษณะเป็นสัญญาจ้างแรงงานตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๕ การที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่าผู้ถูกฟ้องคดีผิดข้อตกลงตามสัญญาจ้างระหว่างผู้ฟ้อง คดีกับผู้ถูกฟ้องคดี ทั้งมีคำขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีจ่ายค่าจ้างที่ค้างจ่ายพร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งจัดวิชาให้ผู้ฟ้องคดีสอน หากไม่ปฏิบัติขอให้จ่ายค่าชดเชยและค่าทดแทน จึงเป็นการฟ้องเรียกร้องว่าผู้ถูกฟ้องคดีผิดสัญญาจ้างแรงงาน แม้ตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติว่า กิจการของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง แรงงาน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ ทั้งนี้ ผู้ปฏิบัติงานของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนต้องได้รับผลประโยชน์ตอบแทนไม่น้อย กว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน ก็เป็นเพียงการกำหนดมิให้นำกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์มาใช้บังคับเท่านั้น กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือตาม ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๘ วรรคหนึ่ง (๑) คดีจึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคสอง (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม จึงวินิจฉัยชี้ขาดว่า คดีระหว่าง นายถวิล ทองเซ่ง ผู้ฟ้องคดี วิทยาลัยศรีโสภณ ผู้ถูกฟ้องคดี อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม"
ที่มา...นายอุดม งามเมืองสกุล. สัญญาจ้างอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเอกชน...เป็นสัญญาทางปกครอง?. http://www.gotoknow.org/posts/473938

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ลองดูสิคะ