yengo

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ข่าวเกี่ยวกับ ช.พ.ค.

15 พฤษภาคม 2558

ครูยื่นดีเอสไอสอบโครงการกู้ยืมเงิน ช.พ.ค.

ดีเอสไอ 15 พ.ค.-ข้าราชการครู ยื่นดีเอสไอ สอบโครงการกู้ยืมเงิน ช.พ.ค. ผู้เสียหายกว่า 150,000 ราย เสียหายกว่า 4 พันล้านบาท

นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ นำข้าราชการครูซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการทำประกันสินเชื่อในโครงการ ช.พ.ค.เข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธนาคารในกำกับของรัฐแห่งหนึ่ง และต้นสังกัดของโครงการสินเชื่อ ช.พ.ค.ซึ่งร่วมกันแสดงข้อความเท็จปกปิดความจริงของโครงการส่งผลให้ลูกหนี้เกิดความเสียหายจำนวนมาก

นายสงกรานต์ เปิดเผยว่า ตนได้รับเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน ช.พ.ค. ซึ่งมีธนาคารของรัฐเป็นผู้ให้กู้ยืม โดยบังคับหลอกลวงให้ซื้อประกันสินเชื่อจากวงเงินกู้ โดยเรียกเก็บค่าประกันล่วงหน้า 9-10 ปี และหักจากยอดเงินกู้ ภายหลังจากธนาคารอนุมัติและหักเงินออกแล้วกลับไม่มีการส่งมอบกรมธรรม์ใดๆให้กับผู้กู้ ต่อมาตนทราบว่า เลขาฯ คปภ.มีการตรวจสอบสถานะของบริษัทรับประกันภัยรายนี้ทราบว่าเคยมาขอความเห็นชอบคิดเบี้ยประกัน 9-10 ปีเป็นประกันอุบัติเหตุ ไม่ใช่ประกันสินเชื่อตามที่ได้จดแจ้งไว้กับผู้กู้แต่อย่างใด ต่อมาผู้กู้ได้ทวงถามเอากรมธรรม์กับธนาคารแต่ได้รับการปฎิเสธและไม่ยินยอมคืนเงินประกันส่วนที่เหลือคืน

จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายจากโครงการกู้เงิน ช.พ.ค.กว่า 150,00 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งตนคิดว่าการกระทำลักษณะนี้เป็นการหลอกลวงผู้กู้ยืมและมีการกระทำเป็นขั้นตอน จึงเข้ายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อรับพิจารณาเป็นคดีพิเศษและสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฏหมาย

Written by: กอง บก.ข่าวสังคม2015/05/15 2:27 PM

.-สำนักข่าวไทย

http://www.tnamcot.com/content/185477

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

28 มิถุนายน 2558

ปปง.สอบเงินกู้ ช.พ.ค.

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน( ปปง.) นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วย ตัวแทนครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้นำเอกสารและพยานหลักฐาน พร้อมหนังสือร้องเรียนจำนวนกว่า 5,000 ฉบับ ยื่นเรื่องร้องต่อ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการปปง.เพื่อขอให้ตรวจสอบต้นสังกัดของ โครงการกู้เงินโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.)เนื่องจากแสดงข้อความอันเป็นเท็จในการปกปิดความจริงที่ควรแจ้งเข้าข่ายความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

โดย พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า โครงการฯที่ผู้เสียหายมาร้องเรียนให้ปปง.ตรวจสอบ เป็นโครงการกู้เงินของโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อนครูฯร่วมกับธนาคารในการกำกับของรัฐและบริษัทประกันภัยในการกำกับของรัฐได้ปล่อยสินเชื่อการกู้เงินโดยบังคับให้ทำประกันชีวิตวงเงินสินเชื่อเป็นเวลา 9-10ปี โดยหักเงินจากยอดเงินกู้ พร้อมคิดดอกเบี้ย จะเป็นประโยชน์ หากผู้กู้เสียชีวิต ทางบริษัทประกันภัย จะชดใช้หนี้คืนให้ทั้งหมด

“จากการตรวจสอบ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันภัย (คปภ.)ได้รับแจ้งว่าทางธนาคารและบริษัทประกันภัยดังกล่าวได้ทำประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ ไม่ใช่ประกันชีวิตอย่างที่แจ้งกับครูผู้กู้ อีกทั้งไม่ได้ให้กรมธรรม์ประกันภัยใดๆแก่ครูผู้เอาประกันภัย ซึ่งมีผู้ร่วมโครงการฯกว่า150,000ราย มูลค่าความเสียหายกว่า5,000ล้านบาท”

เลขาธิการ ปปง.ยืนยันว่า ปปง.จะรับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ เบื้องต้น คาดจะมีความผิดทางอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน จากนี้ ปปง.จะเร่งสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป เพื่อช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อนของทุกคนอย่างเร่งด่วนต่อไป

ด้าน นายสงกานต์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติฯ กล่าวว่าโครงการนี้ได้ทำมากว่า 7 ปีแล้ว แต่ผู้เสียหายครู-อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ไม่ได้รับกรมธรรม์ จากบริษัทประกันแต่อย่างใด ซึ่งมีความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านบาท ดังนั้น ต้องการให้ เลขาธิการปปง. ตรวจสอบ และอายัดทรัพย์สินของคณะผู้บริหารต้นสังกัด โครงการ ชพค.ที่มีส่วนเห็นชอบ ผู้บริหารของธนาคาร และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติสินเชื่อโครงการ ผู้ประกอบการ ตัวแทน นายหน้า ของบริษัทประกันภัย เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปยังบุคคลที่สาม และในวันที่ 31 พฤษภาคม ครูและผู้เสียหายจะเดินทางมา กทม.จากนั้นวันที่ 1มิถุนายน ผู้เสียหายจะรวมตัว เดินทางไปกองปราบปรามเพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ขณะที่ นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภารัฐ( ป.ป.ท.) กล่าวถึงความคืบหน้าที่ คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติวงเงิน4.5หมื่นล้านเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2557เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาผู้มีรายได้น้อย ด้วยการจ่ายเงินเยียวยาไร่ละ1,000บาท ครอบครัวละไม่เกิน15ไร่ หรือ15,000บาทว่าโครงการได้แล้วเสร็จกว่าร้อยละ90

ทั้งนี้ จากที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.)ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาใน 14จังหวัด 30อำเภอ จำนวน 111แปลง พบการกระทำผิดในพื้นที่ 2 จังหวัด คือ จ.ชัยภูมิ และจ.นครราชสีมา โดยผู้กระทำผิดมีตำแหน่งระดับผู้ใหญ่บ้าน มีพฤติกรรมในการเรียกรับผลประโยชน์ 2 กรณีคือ1.เรียกค่าตอบแทนจากชาวนารายละ100-200บาทโดยอ้างว่าจะลงชื่อเพื่อให้ได้รับสิทธิในโครงการ และ 2.คือ เรียกเงินจำนวน3,000-7,000บาท หากชาวนาต้องการให้แจ้งพื้นที่เกินจากความเป็นจริง เช่น เกษตรกรทำนาจริงเพียง5ไร่ แต่ให้แจ้งขึ้นทะเบียนเป็น10ไร่ โดยทั้ง 2 กรณี ทางปปท.ได้รับเรื่องไว้ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วและยังพบว่ามีชาวนาขึ้นทะเบียนไม่ถูกต้อง แจ้งข้อมูลซ้ำซ้อนและแจ้งข้อมูลพื้นที่เกินและแจ้งพื้นที่นาคาบเกี่ยว

วันเดียวกัน ตัวแทนชาวบ้าน ต.บ้านกลาง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก จำนวน30 คน นำโดย นายสวาท มั่นคง อายุ73 ปี แกนนำชาวบ้านฯได้เดินทางมา ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เพื่อยื่นหนังสือ ร้องเรียนให้ นายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ตรวจสอบพฤติกรรมของ นายก่อเกียรติ เอื้องสุวรรณ อายุ 49 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 27 ต.บ้านกลาง ที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ-ทุจริตหักหัวคิวเงินช่วยภัยแล้งปี2557 ซึ่งมีชาวบ้านที่ร่วมลงชื่ออีก 130 ราย โดย นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล ปลัดจังหวัดพิษณุโลก ได้รับเรื่องพร้อมกับรับปากว่าจะเร่งให้นายอำเภอวังทอง ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านรายนี้จนเป็นที่พอใจชาวบ้านจึงได้เดินทางกลับ

ขณะที่ นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) ในฐานะเลขาธิการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) เปิดเผยว่า วันที่ 27พฤษภาคม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธาน ศอตช.ได้ส่งรายชื่อข้าราชการที่อาจเข้าข่ายทุจริตชุด2 ให้กับนายกฯแล้ว หลังจาก 4 หน่วยงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ซึ่งรายชื่อชุดสองมีจำนวนใกล้เคียงกับรอบแรก

ด้าน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) กล่าวถึงการพิจารณารายชื่อข้าราชการที่อาจเข้าข่ายทุจริต ลอต 2 ของ ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ว่า คงไม่มากเท่ากับลอตแรก เพราะครั้งนี้จะคัดกรองว่าส่วนไหนอยู่ในอำนาจกระทรวงก็ให้กระทรวงดำเนินการ แต่ถ้าอยู่ในอำนาจของ นายกฯ ก็จะเสนอต่อนายกฯ ซึ่งจะดำเนินการอย่างเร็ว เพราะมันเป็นงานที่ไม่ได้ทำเพียงแค่ให้ดูดี แต่เราทำงานเพื่อให้เกิดผลอย่างแท้จริง ส่วนการพิจารณาลงโทษแบบไหนคงขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชา

ที่มา: http://www.naewna.com/politic/160228

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

2 มิถุนายน 2558

เครือข่ายต้านโกงจี้สอบทุจริตเงินช.พ.ค. ครูร้องสูญ 8.5 พันล้าน 

เครือข่ายต้านโกง-ตัวแทนครูทั่วประเทศ เตรียมยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งตรวจสอบทุจริตเงินกองทุนช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) มูลค่าความเสียหาย 8,500 ล้านบาท พบพิรุธหลบเลี่ยงทำประกันผิดประเภท จี้ ปปง.แถลงความคืบหน้าคดี

          ความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. นำเงินกองทุนช่วยเหลือครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) จำนวน 2,100 ล้านบาท ไปลงทุนกับบริษัทเอกชน ซึ่งมีการระบุว่าเป็นการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของครูทั่วประเทศจนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งปลดบอร์ดบริหาร สกสค. เนื่องจาก พบว่าอาจส่อเจตนาทุจริตเงินกองทุน ที่สถาบันการเงินคืนดอกเบี้ยกลับมาให้เป็นเงินสำรองช่วยครู ล่าสุดจะมีการยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรี เร่งตรวจสอบในเรื่องนี้อีกครั้ง

          เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัยพ์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลานชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมตัวแทนครูและอาจารย์ ทั่วประเทศไทยกว่า 50 คน แถลงต่อสื่อมวลชนว่าจะเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ เกี่ยวกับการทุจริตเงินกองทุน ช.พ.ค. ค่าสงเคราะห์รายศพ ที่ได้เรียกเก็บจากคูร อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาลูกจ้างประจำ แต่ละเดือนประมาณ 400-600 บาท นานกว่า 10 ปี ปรากฎว่าไม่ทราบยอดจำนวนผู้ตาย และไม่ทราบยอดจำนวนสมาชิก ช.พ.ค. ทั้งยอดรายรับและรายจ่าย เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่กลับอ้างว่า ไม่สามารถตรวจสอบได้

          "จากการตรวจสอบเบื้งอต้นซึ่งได้ประสานไปยังเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและการส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ถึงกรมธรรม์ที่ได้ทำประกัน ปรากฎว่าเป็นการประกันอุบัติเหตุ ไม่ใช่ประกันสินเชื่อ ซึ่งทางบริษัทประกันสามารถเรียกเบี้ยประกันได้เป็นรายปีไม่จำเป็นต้องเก็บล่วงหน้า 9-10 ปี ขณะเดียวกันสมาชิก ช.พ.ค. ทั่วประเทศไทยออกมารวมตัวเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องทุจริต มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากทั่วทั้งประเทศ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล" นายสงกานต์ ระบุ

          ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติฯ กล่าวอีกว่า โครงการนี้ยังมีสมาชิกกว่า 1 ล้านคน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 8,500 ล้านบาท และในวันที่ 5 มิถุนายนนี้ จะยื่นหนังสือร้องเรียนต่อสภาทนายความเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีนี้ คาดว่าเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จะแถลงผลความคืบหน้าของคดี จึงจะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอลข้อเท็จจริงย้อนหลัง 10-15 ปี หรือตามระบบบัญชีทางธนาคาร หากพบว่ามีการกระทำความผิด ขอให้พิจารณาและดำเนินคดีทันที

          ด้านตัวแทนคณะครู บอกว่า ที่รวมตัวกันเดินทางมาให้ครั้งนี้เพื่อต้องการให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะที่ผ่านมาได้ไปยื่นเรื่องให้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่คดียังไม่คืบ โดยยังมีการหักค่าดอกเบี้ยจากการกู้ยืมของธนาคารทางภาครัฐและบริษัทประกันภัยของเอกชน ร้อยละ 6.9 เป็นระยะเวลากว่า 9 ปี และในแต่ละเดือนมีการหักเงินค่าฌาปนกิจศพครูเดือนละ 400-600 บาท จึงอยากขอร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วย เพราะเกรงว่าจะมีการเคลื่อนย้ายเอกสาร อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 มิถุนายน เวลา 15.00 น. จะพากันเดินทางไปยืนหนังสือที่ รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล

          บรรยายใต้ภาพ
          สอบเงิน ช.พ.ค. นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัยพ์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมตัวแทนครูและอาจารย์แถลงข่าวเตรียมยื่นหนังสือเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เร่งตรวจสอบการทุจริตเงินกองทุน ช.พ.ค. ที่ส่งผลต่อความเสียหาย 8,500 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

2 กรกฎาคม 2558

สภาชี้ประเด็นข้อกฏหมายคดี.ช.พ.ค.!!!... จากกรณี ทค.สงกาญ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่าย ต่อต้านการ บ่อน ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นำผู้แทนครูและ บุคลากรทางการศึกษา ทั้ง 4 ภาค ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ นายกสภาทนายความ นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์และคณะกรรมการบริหาร สภาทนายความในพระบรมราชูป ถัมภ์เพื่อให้ความช่วยเหลือทางด้าน กฏหมายแก่บุคลากรทางการศึกษา ทั่วราชอาณาจักรในกรณีกู้เงิน โครงการ.ช.พ.ค.และบังคับให้ซื้อ ประกันล่วงหน้า 9 ปีปรากฏตามใน พยานเอกสารหลักฐานที่ได้ส่งมอบ ในเบื้องต้น หลังจากนั้นต่อมาทาง คณะกรรมการบริหารสภาทนาย ความได้มีมติเป็นเอกฉันท์รับช่วย เหลือบุคลากรทางการศึกษาในคดี ีโครงการกู้เงินช.พ.ค.และวันนี้ใน ประเด็นข้อกฏหมายในความผิด ทางอาญาและแพ่งนั้นได้มีความ เห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว ว่าผิดอาญาหรือไม่? ฐานใดบ้าง ? " ร่วมกันหรือไม่ ?และ ผิดทางแพ่ง หรือไม่? อย่างไร?และ ฐานใดบ้าง ? ดังนั้น คดีนี้ทางเครือข่ายจึงใคร่ขอ จดแจ้งความคืบหน้าเร่งด่วนนี้แก่ บรรดาบุคลากรทางการศึกษาทุก ท่านในโครงการเงินกู้ช.พ.ค.ทุกท่าน ว่าในประเด็นข้อกฏหมายที่เกิดข้อ พิพาทนั้นมีข้อยุติแล้วว่าผิดหรือไม่? ถ้าผิดอะไรบ้างทั้งอาญาและแพ่งจริง หรือไม่? ดังนี้ จึงขอประทานกราบ เรียนมายัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โิอชา, รมว.ยุติธรรม,รมว.ศึกษาธิการ ,รมว.คลัง ,อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI ,เลขาธิการ ปปง.,ปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ,และคณะกรรมการคดี พิเศษทุกท่านมาด้วยความเคารพ ว่า"ได้ข้อสรุปในประเด็นข้อกฏหมาย ในคดีนี้"แล้วซึ่งท่านหรือหน่วยงาน ของท่านสามารถหารือและสอบถาม ในทางลับได้ในประเด็นเกี่ยวกับคดี นี้เพื่อมิให้เกิดความล่าช้าหรือเกิด การประวิงเวลาในความเห็นหรือแนว ทางปฏิบัติต่อการสืบสวนสอบสวน ข้อเท็จจริงและประมวลเรื่องเสนอ ผู้บังคับบัญชาในตามลำดับชั้นเพื่อ โปรดพิจารณาและสั่งการได้ตาม อำนาจและหน้าที่ในการอำนวยความ ยุติธรรมสำหรับในผลความเห็นทาง คดีนั้นทางเครือข่ายขออุบไต๋ไว้ก่อน โดยจะรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี้ แถลงหรือสื่อมวลชนเปิดประเด็นนี้ ซึ่งเครือข่ายขอเรียนต่อทุกท่านว่า ถึงเวลาอันสุกงอมแล้วที่ท่านๆจะร่วม กันสมานสามัคคีกันมาทวงคืนความ ยุติธรรมให้แก่บุคลากรทางการศึกษา ทั่วราชอาณาจักรโดยมีสภาทนาย ความในพระบรมราชูปถัมภ์, ปปง. ,หน่วยงานรัฐบางแห่งที่พึ่งสุดท้าย และสื่อมวลชนที่จะร่วมเปิดในฐาน ความผิดต่างๆทั้งพฤติกรรมตั้งแต่ ต้นถึงปัจจุบันเป็นเช่นไร?ทั้งข้อสรุป เกี่ยวกับในประเด็นข้อกฏหมาย เรื่องนี้!ขอท่านได้โปรดช่วยกันแจ้ง ข่าวสารนี้ต่อๆกันและแชร์ให้ทราบ ทั่วกัน!!(ขอขอบพระคุณเครดิตภาพ/สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์/คณะกรรมการบริหารสภาทนายความ/อ.นิวัติ แก้วล้วน และ ทุกๆท่าน มาณ. โอกาสนี้/ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง )แชร์ๆๆๆๆ

ที่มา: https://www.facebook.com/pid.thong.larng.pra/posts/967083780003589



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ลองดูสิคะ